ทรัมป์ใช้เวทียูเอ็นเดินหน้าอัดจีนเรื่องวิกฤติไวรัส

ประธานาธิบดีสหรัฐกล่าวต่อที่ประชุมใหญ่สหประชาชาติ เดินหน้ากล่าวโทษจีน “เป็นต้นเหตุทั้งหมด” ทำให้โลกต้องเผชิญกับวิกฤติโรคระบาดโควิด-19 และ “ต้องรับผิดชอบ” กับสิ่งที่เกิดขึ้น

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานจากนครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา เมื่อวันที่ 22 ก.ย. ว่าสมัชชาสหประชาชาติ ( ยูเอ็นจีเอ ) เผยแพร่คลิปบันทึกการกล่าวถ้อยแถลงของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เมื่อวันอังคาร เนื่องในวาระการประชุมสมัยสามัญครั้งที่ 75 โดยผู้นำสหรัฐใช้เวลาแทบทั้งหมดวิจารณ์การทำงานขององค์การอนามัยโลก ( ดับเบิลยูเอชโอ ) ว่าเป็นหน่วยงานซึ่ง “อยู่ภายใต้การควบคุม” ของจีน “ล้มเหลวอย่างสิ้นเชิง” ในการเป็นผู้นำเพื่อบริหารจัดการวิกฤติโรคระบาดโควิด-19
 
ทั้งนี้ ทรัมป์ร่ายยาวเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เริ่มจากความผิดพลาดในการให้ข้อมูล ว่าโรคดังกล่าว “ไม่ติดต่อและแพร่กระจาย” ระหว่างมนุษย์กับมนุษย์ ตามด้วยการบอกว่าผู้ที่ติดเชื้อแต่ไม่มีอาการป่วย ไม่สามารถแพร่เชื้อให้บุคคลรอบข้างได้ แต่ปรากฏว่าเป็นข้อมูลที่ผิดพลาดโดยสิ้นเชิง ขณะเดียวกัน ดับเบิลยูเอชโอยังช่วยเหลือรัฐบาลปักกิ่งปกปิดข้อมูลเกี่ยวกับเชื้อโรคตัวนี้ด้วย และเรียกร้องนายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการยูเอ็น “ดำเนินการ” ให้จีนต้องรับผิดชอบกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ขณะเดียวกัน ผู้นำสหรัฐยืนยันการถอนตัวออกจากการเป็นสมาชิกดับเบิลยูเอชโอ แม้นายโจ ไบเดน คู่แข่งในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในเดือนพ.ย. นี้ ประกาศจะนำสหรัฐสมัครกลับเป็นสมาชิก หากชนะการเลือกตั้ง นอกจากนี้ ทรัมป์กล่าวว่าอเมริกาจะเป็นผู้นำในการแจกจ่ายวัคซีน และเอาชนะการแพร่ระบาดใหญ่ของโรคโควิด-19 ที่ผู้นำสหรัฐยังคงเรียกว่า “ไวรัสจีน”
 
ต่อมานายจาง จุน เอกอัครราชทูตจีนประจำยูเอ็น กล่าวถึงสุนทรพจน์ของผู้นำสหรัฐ “ขัดแย้งอย่างมาก” ต่อสถานการณ์ที่ชาวโลกกำลังเผชิญ เพราะรัฐบาลวอชิงตันกลับเดินหน้าแพร่กระจาย “ไวรัสการเมือง” เข้าสู่บรรยากาศของยูเอ็น
 
อนึ่ง ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นรับฟังการแถลงของทรัมป์ ในเวลาเดียวกับที่ศูนย์ข้อมูลโรคติดเชื้อจากไวรัสโคโรนาของมหาวิทยาลัยจอห์นส ฮอปกินส์ ยืนยันผู้เสียชีวิตจากโรคโควิด-19 ในสหรัฐ ผ่านหลัก 200,000 คนอย่างเป็นทางการ จากจำนวนผู้ติดเชื้อสะสมมากกว่า 6.8 ล้านคน และรักษาหายแล้วประมาณ 2.6 ล้านคน

© 2020 sport news & lifestyle | Theme: Storto by CrestaProject WordPress Themes.